Wednesday, February 22, 2006

ความจริงของความจริงในสายฝน

เมื่อคืนนี้ฝนตก
เช้านี้ท้องฟ้าดูสดใส น้ำฝนช่วยไล่หมอกควันไปได้บ้าง แต่ทว่าอากาศร้อนเหลือใจ
ฉันเปิดประตูออกมาจากบ้าน ทำตัวเอื่อยๆ อย่างเกียจคร้าน ไม่เร่งรีบไปทำงาน
ทั้งที่ก็สายมากแล้ว
มองหาร่องรอยน้ำฝนเมื่อคืน กลับไม่มีเลย
ความจริงของสายฝน คือการไม่เหลือร่องรอยหรือไร
แต่พอขับรถออกมาถึงถนน รู้สึกค่อยยังชั่วขึ้นมาหน่อย เห็นน้ำเจิ่งนองเป็นแห่งๆ ตามขอบฟุตบาท
ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่า หวั่นใจอะไรกับเรื่องร่อยรอยฝนตกเมื่อคืนนี้

อากาศร้อนทำให้นึกถึงความแตกต่างเพียงไม่กี่คืนที่ผ่านมา
ที่ฉันยังนอนห่มผ้าขดตัวหาไออุ่นจากตัวเอง เพราะอากาศหนาวอยู่เลย
แต่ตอนนี้สายฝนที่ใครๆ บอกว่าชุ่มฉ่ำ กลับนำพาความร้อนมาให้

ฉันอดคิดไม่ได้ว่า สายฝนอาจจะเป็นสิ่งบอกเหตุว่าบางสิ่งบางอย่างกำลังจะเปลี่ยนไป
หรือว่ามันได้เปลี่ยนไปแล้ว

ฉันรู้สึกหดหู่ใจในเช้านี้
แต่พอนึกถึงเพลงพี่บอยด์ ก็ทำให้รู้สึกดีขึ้นมาหน่อย


อดทนเวลาที่ฝนพรำ
อย่างน้อยก็ทำให้เราได้ซึ้งถึงความแตกต่าง
เมื่อวันเวลาที่ฝนจาง ฟ้านั้นคงสว่างและทำให้เราได้เข้าใจ
ว่ามันคุ้มค่าแค่ไหนที่เฝ้ารอ......

Wednesday, February 15, 2006

Before Sun Rise

ได้อ่านเรื่องราวของคนที่พูดถึงหนังเรื่อง Before Sun Rise จากสองที่ในเวลาไล่เลี่ยกัน
1. เรื่องจากไดอารี่ในของคนในอดีต
2. หนังสือ ตำนานสุดท้ายไอ่มดแดง (เอิ๊ก)
ที่พี่ฮัทใจดีเอามาให้ยืมอ่าน

ฉันไม่เคยดูหนังเรื่องนี้เลย เคยได้ยินแต่ชื่อเสียงเรียงนาม
ในหนังสือเล่าคราวๆ ไว้ว่า พระเอกไปเจอกับนางเอกบนรถไฟ
เจอครั้งแรกก็เข้าไปทักโดยให้เหตุว่า "ผมคงจะโกรธตัวเอง ถ้าไม่ได้มาคุยกับคุณในวันนี้"
ในทางกลับกัน คนเขียนหนังสือ แต่งเรื่องของผู้ชายคนหนึ่งไว้ว่า
เขาเจอกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ป้ายรถเมล์ เธอหยุดสายตาของเขาไว้
นับจากวินาทีนั้น เขาก็มาเฝ้ารอมองหน้าเธออยู่นาน
อยากจะไปพูดคุยแต่ก็ไม่กล้า ผลัดวันประกันพรุ่ง
จนไม่ได้พบเธออีก เขารู้สึกแย่มากที่ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่านั้น
นับจากนั้นไป 10 ปี เขาก็ไปพบเธออีกที่ห้างสรรพสินค้า
แต่กว่าเขาจะรู้ตัวว่าต้องทำอย่างไร มันก็สายไปอีก
เขามัวแต่คิด ทำให้วิ่งตามเธอไปไม่ทัน

อ่านเรื่องนี้แล้ว ทำให้ฉันนึกถึงตอนที่อยู่ ม.5
ฉันแอบชอบเพื่อนนักเรียนแลกเปลี่ยนชาวญี่ปุ่นคนหนึ่ง
ชื่อโยชิ ฉันไปเที่ยวโรบินสันกับแอ้ เจอโยชิเข้าโดยบังเอิญ
ฉันกับแอ้ก็แอบสะกดรอยตามเขาไป
จนเขาขึ้นรถกลับบ้าน ยืนมองดูจนรถของเขาลับตาไป
จำได้แม่นว่าเป็นรถกระบะสีแดงเลือดหมู
จากวันนั้นฉันก็เจอเขาอีกครั้ง ฉันก็ทำแบบเดิมอีก

เวลาผ่านไปอีก 7 ปี ฉันไม่ได้เจอกับโยชิอีกหรอก
แต่ฉันไปเจอกับคนที่ฉันรักที่ห้างเดียวกันนั้น
เขากับแฟนเข้ามาจ่ายเงินในช่องเดียวกับฉันที่ท๊อปซุปเปอร์มาร์เก็ต
ฉันพยามจะหลบ แต่มันก็ไม่ได้ ฉันเลยคุยกับเขาไปสองสามคำ
โดยไม่กล้าสบตากับแฟนเขาแม้แต่น้อย มองเธอก็เพียงผ่านๆ
ไม่อยากจดจำ ไม่อยากเห็นหน้าชัดเจน
ฉันมีความรู้สึกอิจฉาเขาเกินไป
และอีกครั้ง ฉันไปเจอคนที่ฉันรักคนนั้นอีก
คราวนี้ ฉันเจอเขาคนเดียว เขาบอกว่า พาน้องมารับรถ พ่อกับแม่เขาซื้อให้
เท่านั้นเอง ฉันก็ไม่รู้หรอกว่าน้องไหน แต่ก็คิดไปแล้วว่า
คงจะเป็นแฟนของเขา ฉันจึงหันหลังกลับ

ฉันเกลียดความบังเอิญ เกลียดที่โลกนี้มันกลมเกินไป
ฉันไม่อยากจะพยายามจะทำอะไรก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้น
ฉันอยากให้พระอาทิตย์ขึ้นเร็วกว่านี้ เวลาผ่านไปเร็วกว่านี้
เผื่อบางที ฉันอาจจะลืมเรื่องอดีตไปแล้ว

Monday, February 06, 2006

แมว แมว แมว แล้วก็แมว


วันที่ฉันต้องเดินทางกลับบ้านสุโขทัย
คือวันที่ความรักของฉันกำลังจะจบเห่ (โดยไม่รู้ตัว)
วันที่ฉันจับแมวสองตัวแม่ลูกใส่กล่องกระดาษ
เอาไว้ท้ายรถกระบะ รวมอยู่กับข้าวของสัมภาระ
และมอเตอร์ไซด์สีแดง
ออกจากเชียงใหม่ ไปแวะพักที่ลำปาง
ฉันเปิดท้ายรถออกมาดูแมว มีแต่บุญเรือน
ร้องโวยวายอยู่ใต้รถมอเตอร์ไซด์
มันตะกุยกล่องจนขาด ออกมา
แล้วตัวเล็กหายไปไหน
ฉันน้ำตาปริ่ม ใจจะขาด
คิดว่าตัวเล็กคงโดดลงจากรถไปแล้ว
จะโดนรถทับตายกลางถนนหรือเปล่า
น้ำตาไหลมาคลอเบ้า
จำใจต้องกลับเข้าไปนั่งในรถอย่างหมดอาลัย
คิดถึงตัวเล็กไปตลอดทาง
นึกโกรธพ่อมากๆ ที่ไม่ยอมให้เอาแมวมาไว้ในรถแต่แรก

กลับถึงสุโขทัย ค่อยๆ ขนของลงจากรถ ตัวเล็กนั่งอยู่ในสุดของท้ายกระบะ
ทำลิ้นห้อย เพราะเหนื่อยกับการเดินทางกลางแดดร้อน
ฉันดีใจมาก รีบหาน้ำมาให้ตัวเล็กกิน แต่มันก็ไม่กิน
อุ้มมันขึ้นมากอด แล้วปล่อยมันลงสำรวจบ้านใหม่
เจ้าแสน เจ้าล้านแมวของแม่ (พี่น้องกับตัวเล็ก ลูกชายบุญเรือนที่แยกกันแต่เด็ก)
ขู่ใส่เจ้าตัวเล็ก ทั้งที่ตัวเล็กเดินเข้าไปหาอย่างเป็นมิตร

คืนนั้น ฉันเอาตัวเล็กเข้ามานอนในห้องนอนด้วย
ฉันคุยกับตัวเล็กไปก็ร้องไห้
เพราะรุ่งเช้าฉันต้องเดินทางต่อไปกรุงเทพ
ฉันบอกตัวเล็กว่า ให้เป็นเด็กดีนะ แล้วพี่จะกลับมาหาบ่อยๆ
ฉันนอนกอดกับตัวเล็กทั้งคืน

ชีวิตที่กรุงเทพ ไม่สนุกอย่างที่คิดไว้
ความรักที่เลวร้าย ก็ทำให้ยิ่งเจ็บปวด
ฉันกลับบ้านบ่อยมาก กลับมาหาแมว (จริงๆนะ)
เจ้าตัวเล็กเป็นศัตรูกับเจ้าแสน กัดกันประจำ จนแม่โมโห
กลับบ้านมาก็เอาแมวทั้งสี่ตัวอาบน้ำ
ตัวที่ดิ้นสุดก็บุญเรือน ร้องเสียงระงมไปทั่ว
รองมาก็เจ้าล้าน กับเจ้าแสน
ตัวเล็กไม่ร้องสักเอ๊ะ (เหมือนเคย) แต่ยกขาทิ้งน้ำหนักตัวไว้บนมือเรา
หนักมากๆ เจ้าแมวอ้วนเอ้ย

ทุกครั้งที่เราโทรกลับบ้าน แม่จะให้เราคุยกับตัวเล็ก
แม่บอกว่ามันก็นิ่งฟัง ไม่ลุกหนีไปไหน
ทำหูกระดุกกระดิก

แล้วในที่สุด เราก็ได้ย้ายกลับมาอยู่เชียงใหม่
แต่ที่พัก ไม่กว้างขวางพอให้แมวมาอยู่ด้วยได้
เราก็มีแมวของน้องนิวให้เลี้ยงดูอยู่
แต่เราก็ยังคิดถึงตัวเล็ก
จวบจนวันหนึ่ง วันหยุดสิ้นปี เราตั้งใจว่าจะกลับบ้านปีใหม่ไปหาแมว
แต่นัดกับพี่ติ๊ก(ลาบ)ไว้แล้วว่าวันที่ 31 จะไปเที่ยวกำแพงเพชรบ้านพี่ติ๊กก่อน
คืนวันที่ 30 เอฟโทรมา ทำเสียงอ่อยๆ
ถามว่าเราอยู่ที่ไหน แล้วก็บอกว่า
“ตัวเล็กตายแล้ว” ฉันพูดไม่ออก ได้แต่ร้องไห้อยู่หน้าร้านข้าว
ตัวเล็กป่วยมาอาทิตย์กว่าแล้ว ฉันควรจะรีบกลับ
แต่ฉันยังมัวห่วงไปเที่ยวบ้านพี่ติ๊ก
แมวฉันตายไปแล้ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ฉันเพิ่งซื้อเสื้อกันหนาว
ไปให้มัน แต่มันยังไม่ทันได้ใส่เลย
แม่ใส่เสื้อตัวนั้นให้มันแล้วฝั่งลงไปในดินใต้ต้นไม้ข้างบ้าน
ฉันกลับบ้านไป ก็ไปคุยกับตัวเล็กที่หลุมฝังศพ
แอบร้องไห้ บอกกับมันว่า “พี่รักตัวเล็กมากนะ”

(จบตอนที่ 2)


Thursday, February 02, 2006

แมว แมว แมว แล้วก็แมว

ชีวิตฉันคงผูกพันกับแมวไปตลอด
ตั้งแต่จำความได้ ตอนอยู่บ้านไม้ในตลาด
ที่บ้านก็เลี้ยงแมวไว้หลายตัว ทุกๆ วัน
จะแอบไปดูลูกแมวที่เพิ่งออกใหม่ในกล่อง
จากตัวเล็กๆ เริ่มมีขนยาวหร็อมแหร็ม
ตายังปิดสนิท แต่อ้าปากเห็นลิ้นแดงๆ หานมแม่แมว

ความทรงจำเรื่องแมวขาดหายไป
จนมีแมวเป็นของตัวเอง เมื่ออายุ 22
แม่ให้แมวจากที่สุโขทัยมา 3 ตัว
เป็นแม่แมว กับลูกแมวสีดำตัวผู้ อีกสองตัว
ส่วนสีขาวสองตัว แม่เก็บไว้เลี้ยงเอง
แอ็คเป็นคนจัดการตั้งชื่อให้แมวทุกตัว
แม่แมวชื่อ ศรีบุญเรือน
ลูกแมวชื่อ น้องพันช์ และอีกตัวจำไม่ได้
เนื่องด้วย มาอยู่เชียงใหม่ได้ 1 วัน น้องพันช์ก็หายตัวไป
เหลือลูกแมวสีดำอีกตัว เราก็เรียกมันว่าไอ่ตัวเล็ก
จนมันตัวโต เป็นแมวอ้วน ที่แข็งแรง
ฉันคิดว่าตัวเล็กเป็นแมวที่นิสัยดีที่สุดในโลกแล้ว
ตัวเล็กไม่พันแข้งพันขาน่ารำคาญ
ไม่ร้องโวยวาย จำเจ้าของได้ นอนหลับตอนกลางคืน
ตื่นตอนสายๆ (ปลุกก็ไม่ยอมตื่น)
นิสัยที่ไม่ดีอันน้อยนิดคือ ชอบกัดสายกระเป๋า
และเวลาเรียกให้มาหา มันจะมาเงียบๆ ไม่ร้องสักแอะ
ทั้งที่มันก็มานั่งรออยู่ข้างหลังเราแล้ว
ฉันเคยตีตัวเล็กครั้งหนึ่ง ตอนที่มันทำขวดโหลใบใหญ่ของแอ้แตก
เพราะว่ามันกระโดดขึ้นไปตะครุบจิ้งจกข้างฝาผนัง

ฉันอยู่กับตัวเล็กและบุญเรือนได้ 2 ปีกว่า
เมื่อเริ่มมีความรัก ก็ทอดทิ้งแมว ไม่ค่อยสนใจให้ข้าวให้น้ำ
แต่เจ้าสองตัว ก็ยังซื่อสัตย์
ทุกครั้งที่ฉันขี่มอเตอร์ไซด์เข้าบ้าน มันจะวิ่งมารอที่หน้าประตูพร้อมกัน

จวบจนถึงวันที่เราต้องแยกจากกัน ฉันต้องเข้าไปทำงานที่กรุงเทพฯ
ต้องเอาแมวสองตัวไปฝากแม่ไว้ที่สุโขทัย

จบ (ตอนที่ 1)