วันนี้เอาเพลงมาฝาก คนอ้วนทั้งหลาย
อย่ากังวลคิดมากไป อย่าใส่ใจแม้โลกจะเปลี่ยนผัน
สิ่งดีดีที่ให้กัน ยังจะเป็นเหมือนเดิม แน่นอน ฉันสัญญา
ต่อให้อายุ สัก 80 สัก 90 เดินไม่ค่อยไหว
ไม่ว่าเส้นผมมันจะเปลี่ยนสีไป ก็ไม่สน
ต่อให้รอยยิ้มมันจะเหี่ยวมันจะหย่อน ไม่ใช่เหตุผล
เธอจะอ้วนท้วนแค่ไหนไม่บ่น ยังไงก็รักเธอ
ต่อให้อ้วนท้วนและเริ่มขี้บ่นยังไงก็รักเธอ
ต่อให้อายุ สัก 80 สัก 90 เดินไม่ค่อยไหว
เส้นผมบนหัวมันจะหลุดหายไป ก็ไม่สน
ต่อให้รอยยิ้มมันจะเหี่ยวมันจะหย่อน ไม่ใช่เหตุผล
เธอจะอ้วนท้วนแค่ไหนไม่บ่น ยังไงก็รักเธอ
ต่อให้อ้วนท้วนและเริ่มขี้บ่นยังไงก็รักเธอ
ฉันรักเธอที่ตรงไหน เธอก็น่าจะรู้ดี
ย้ำๆ เธออีกสักที ฉันรักเธอที่หัวใจ
แม้อาไรจะเหี่ยวเฉา รักของเราจะยังใหม่
แม้ต้องเป็นตากับยาย เราก็ยังจะรักกัน
------------------------------
นั่นแหละ ไม่ว่าจะยังไงก็ยังรัก
Wednesday, April 26, 2006
Monday, April 24, 2006
ทางเลือก
มีคำพูดหนึ่ง อยากจะบอกใครคนหนึ่ง แต่คงไม่กล้าพูด
“เลือกรักคนที่เขารักเรา ดีกว่าไหม”
ฉันไม่อยากเห็นเขาต้องเจ็บปวด ต้องเศร้าอีก
รักอาจจะเลือกไม่ได้ กำหนดทิศทางไม่ได้
แต่ลองเปิดใจให้กับคนที่รักคุณดูบ้างสิ
บางทีมันอาจจะดีกว่าที่คุณต้องมานั่งรอคอยอย่างไร้ทิศทางแบบนี้
ถ้าตอนนี้มีใครสักคนมารักฉัน
ฉันก็อาจจะลองรักเขาดูเหมือนกัน
เคยมีคำถามถามตัวเองว่า...
“ระหว่างการหันหลังให้ความรักกับการวิ่งตามคนรัก อย่างไหนเหนื่อยกว่ากัน”
ฉันยังไม่ได้คำตอบ แต่ฉันเลือกหันหลังให้ความรัก
ปฏิเสธความรักของตัวเองที่เคยซื่อตรงกับใครคนหนึ่งมาโดยตลอด
วันนี้ฉันทำได้แค่หันหลังให้กับเขา
แต่ยังไม่อาจหันหลังให้กับความรักที่มีต่อเขาได้เลย
คงต้องใช้เวลา ...
“เลือกรักคนที่เขารักเรา ดีกว่าไหม”
ฉันไม่อยากเห็นเขาต้องเจ็บปวด ต้องเศร้าอีก
รักอาจจะเลือกไม่ได้ กำหนดทิศทางไม่ได้
แต่ลองเปิดใจให้กับคนที่รักคุณดูบ้างสิ
บางทีมันอาจจะดีกว่าที่คุณต้องมานั่งรอคอยอย่างไร้ทิศทางแบบนี้
ถ้าตอนนี้มีใครสักคนมารักฉัน
ฉันก็อาจจะลองรักเขาดูเหมือนกัน
เคยมีคำถามถามตัวเองว่า...
“ระหว่างการหันหลังให้ความรักกับการวิ่งตามคนรัก อย่างไหนเหนื่อยกว่ากัน”
ฉันยังไม่ได้คำตอบ แต่ฉันเลือกหันหลังให้ความรัก
ปฏิเสธความรักของตัวเองที่เคยซื่อตรงกับใครคนหนึ่งมาโดยตลอด
วันนี้ฉันทำได้แค่หันหลังให้กับเขา
แต่ยังไม่อาจหันหลังให้กับความรักที่มีต่อเขาได้เลย
คงต้องใช้เวลา ...
Saturday, April 22, 2006
อาจมีพายแอปเปิ้ลแสนอร่อยอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้
ไม่ว่าตู้โชว์เค้กและพายของร้านใดที่ฉันเข้าไปก้มๆ เงยๆ เลือกสั่งขนม
จะมีไวท์ช็อคชีสเค้ก หน้าตาสวยนอนรอฉันอยู่ในตู้
ฉันกลับสั่งพายแอปเปิ้ลมาชิมจากร้านที่มีทุกครั้งไป
ทั้งที่ฉันคิดว่าไวท์ช็อคชีสเค้กน่าจะอร่อยกว่าพายแอปเปิ้ลเปลือกแข็งๆ
และฉันก็ชอบกินขนมทุกอย่างที่ทำจากไวท์ช็อคมากที่สุด
บางทีคนเราก็เลือกทำในสิ่งที่ไม่คิดว่าดีที่สุด
แต่กลับเลือกสิ่งอยากทำ ณ เวลาขณะนั้น
ด้วยการตัดสินใจเพียงแว๊บเดียว
เพราะความคาดหวังหรือเปล่าที่ฉันสั่งพายแอปเปิ้ลมาชิม
ฉันหวังให้มันมีรสชาติเหมือนแอปเปิ้ลสตูเดิ้ลที่ฉันเคยทำ
ตอนไปเรียนทำอาหารที่โรงแรมเมอริเดียน
แอปเปิ้ลสตูเดิ้ลคือ ชิ้นแอปเปิ้ลรสเปรี้ยวนิดๆ หั่นขนาดเท่าลูกเต๋า
นำไปคลุกกับมะพร้าวขูดฝอยชนิดแห้ง เนยละลาย และน้ำตาล
ห่อด้วยแป้ง Folio แผ่นบางๆ ที่วางซ้อนกันสองสามแผ่น ทาเนยละลายก่อนว่างไส้
แล้วม้วนห่อเหมือนปอเปี๊ยะ นำไปอบให้แป้งกรอบ
ออกมาหน้าตาเหมือนโรตีนม
ควรทานตอนยังอุ่นๆ จะให้รสชาติที่ดีกว่า
สตูเดิ้ลที่แสนอร่อยจะต้องรู้สึกได้จากจมูกและลิ้น
กลิ่นหอมของแป้งกับกลิ่นเนย ได้รสหวานมันปนเปรี้ยวจากไส้
ชิ้นแอปเปิ้ลที่ถูกอบจะกรอบนอก แต่ไม่เละใน
แผ่นแป้งกรอบเช่นกัน แต่ก็ไม่ร่วน
สตูเดิ้ลเป็นรสชาติที่ฉันไม่อาจลืม
หนึ่งในสูตรขนมที่ฉันระบุว่าต้องทำขายแน่นอนหากได้เปิดร้าน
สตูเดิ้ลไม่มีขายทั่วไปตามร้านขายเค้กหรือพาย
ฉันหวังว่าพายแอปเปิ้ลจะทดแทนแอปเปิ้ลสตูเดิ้ลได้
สั่งมาชิมครั้งแรก ก็รู้ว่ามันไม่เหมือนกัน ด้วยรสชาติที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง
ชิ้นแอปเปิ้ลในใส่พายมันเละหมดแล้ว แถมยังมีกลิ่นของอบเชยแสนฉุน
แต่ฉันก็ยังคงเฝ้าเพียรสั่งพายแอปเปิ้ลมากิน
ครั้งล่าสุดคือ ที่ร้าน Mo’C Mo’ L หน้ามอ
ฉันถามคนขายว่า “พายแอปเปิ้ลใส่อบเชยหรือเปล่าค่ะ”
คนขายหันไปซุบซิบกับคนขายอีกคน (แต่ฉันก็ได้ยิน) ว่า “อบเชยคือชินนามอนใช่ไหม”
แล้วเขาก็หันมายิ้มและบอกว่า “ไม่ใส่ค่ะ”
ฉันตัดสินใจสั่งพายแอปเปิ้ลอีกครั้ง คาดว่าไม่มีอบเชย ฉันคงจะชอบมัน
คำแรกที่ฉันตักมันเข้าปาก ลิ้นก็รับรสได้ว่ามันไม่อร่อย
ฉันจึงได้แต่เขี่ยไส้ออก ละเอียดกินแต่เปลือกพายกรอบๆ
ถึงกระนั้น ฉันก็ยังตั้งใจว่า ฉันจะเพียรสั่งพายแอปเปิ้ลมากินต่อไป
ด้วยหวังว่าจะมีพายแอปเปิ้ลแสนอร่อยอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้
อาจไม่เท่ากับสตูเดิ้ล แต่มันก็คงจะต้องอร่อยในแบบที่แตกต่างกัน
หรือบางที อาจจะเป็นที่ร้านของฉันเองก็ได้ (ฮึๆๆๆ)
ก็คงเหมือนกับการตามหาใครสักคน ที่เขาบอกว่า อาจจะยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสม
พายแอปเปิ้ลแสนอร่อยอาจจะรอให้ฉันไปชิมอยู่ที่ร้านเค้กร้านใดร้านหนึ่ง
เช่นเดียวกับใครคนนั้น ที่กำลังรอการพบกันของเราอยู่ที่ใดสักแห่งบนโลกนี้
จะมีไวท์ช็อคชีสเค้ก หน้าตาสวยนอนรอฉันอยู่ในตู้
ฉันกลับสั่งพายแอปเปิ้ลมาชิมจากร้านที่มีทุกครั้งไป
ทั้งที่ฉันคิดว่าไวท์ช็อคชีสเค้กน่าจะอร่อยกว่าพายแอปเปิ้ลเปลือกแข็งๆ
และฉันก็ชอบกินขนมทุกอย่างที่ทำจากไวท์ช็อคมากที่สุด
บางทีคนเราก็เลือกทำในสิ่งที่ไม่คิดว่าดีที่สุด
แต่กลับเลือกสิ่งอยากทำ ณ เวลาขณะนั้น
ด้วยการตัดสินใจเพียงแว๊บเดียว
เพราะความคาดหวังหรือเปล่าที่ฉันสั่งพายแอปเปิ้ลมาชิม
ฉันหวังให้มันมีรสชาติเหมือนแอปเปิ้ลสตูเดิ้ลที่ฉันเคยทำ
ตอนไปเรียนทำอาหารที่โรงแรมเมอริเดียน
แอปเปิ้ลสตูเดิ้ลคือ ชิ้นแอปเปิ้ลรสเปรี้ยวนิดๆ หั่นขนาดเท่าลูกเต๋า
นำไปคลุกกับมะพร้าวขูดฝอยชนิดแห้ง เนยละลาย และน้ำตาล
ห่อด้วยแป้ง Folio แผ่นบางๆ ที่วางซ้อนกันสองสามแผ่น ทาเนยละลายก่อนว่างไส้
แล้วม้วนห่อเหมือนปอเปี๊ยะ นำไปอบให้แป้งกรอบ
ออกมาหน้าตาเหมือนโรตีนม
ควรทานตอนยังอุ่นๆ จะให้รสชาติที่ดีกว่า
สตูเดิ้ลที่แสนอร่อยจะต้องรู้สึกได้จากจมูกและลิ้น
กลิ่นหอมของแป้งกับกลิ่นเนย ได้รสหวานมันปนเปรี้ยวจากไส้
ชิ้นแอปเปิ้ลที่ถูกอบจะกรอบนอก แต่ไม่เละใน
แผ่นแป้งกรอบเช่นกัน แต่ก็ไม่ร่วน
สตูเดิ้ลเป็นรสชาติที่ฉันไม่อาจลืม
หนึ่งในสูตรขนมที่ฉันระบุว่าต้องทำขายแน่นอนหากได้เปิดร้าน
สตูเดิ้ลไม่มีขายทั่วไปตามร้านขายเค้กหรือพาย
ฉันหวังว่าพายแอปเปิ้ลจะทดแทนแอปเปิ้ลสตูเดิ้ลได้
สั่งมาชิมครั้งแรก ก็รู้ว่ามันไม่เหมือนกัน ด้วยรสชาติที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง
ชิ้นแอปเปิ้ลในใส่พายมันเละหมดแล้ว แถมยังมีกลิ่นของอบเชยแสนฉุน
แต่ฉันก็ยังคงเฝ้าเพียรสั่งพายแอปเปิ้ลมากิน
ครั้งล่าสุดคือ ที่ร้าน Mo’C Mo’ L หน้ามอ
ฉันถามคนขายว่า “พายแอปเปิ้ลใส่อบเชยหรือเปล่าค่ะ”
คนขายหันไปซุบซิบกับคนขายอีกคน (แต่ฉันก็ได้ยิน) ว่า “อบเชยคือชินนามอนใช่ไหม”
แล้วเขาก็หันมายิ้มและบอกว่า “ไม่ใส่ค่ะ”
ฉันตัดสินใจสั่งพายแอปเปิ้ลอีกครั้ง คาดว่าไม่มีอบเชย ฉันคงจะชอบมัน
คำแรกที่ฉันตักมันเข้าปาก ลิ้นก็รับรสได้ว่ามันไม่อร่อย
ฉันจึงได้แต่เขี่ยไส้ออก ละเอียดกินแต่เปลือกพายกรอบๆ
ถึงกระนั้น ฉันก็ยังตั้งใจว่า ฉันจะเพียรสั่งพายแอปเปิ้ลมากินต่อไป
ด้วยหวังว่าจะมีพายแอปเปิ้ลแสนอร่อยอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้
อาจไม่เท่ากับสตูเดิ้ล แต่มันก็คงจะต้องอร่อยในแบบที่แตกต่างกัน
หรือบางที อาจจะเป็นที่ร้านของฉันเองก็ได้ (ฮึๆๆๆ)
ก็คงเหมือนกับการตามหาใครสักคน ที่เขาบอกว่า อาจจะยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสม
พายแอปเปิ้ลแสนอร่อยอาจจะรอให้ฉันไปชิมอยู่ที่ร้านเค้กร้านใดร้านหนึ่ง
เช่นเดียวกับใครคนนั้น ที่กำลังรอการพบกันของเราอยู่ที่ใดสักแห่งบนโลกนี้
Wednesday, April 12, 2006
แค่ได้คิดถึง
แค่ได้คิดถึง - ญารินดา
ตั้งแต่ครั้งที่เราจากกันแสนไกล
เหตุและผลมากมายไม่เคยสำคัญ
เท่ากับความรู้สึกที่ใจของฉันนั้นเก็บให้เธอ
แต่ละครั้งที่เราผ่านมาพบกัน
อาจบังเอิญได้ยินข่าวคราวของเธอ
นั่นคือความรู้สึกที่ดีที่ฉันคอยอยู่เสมอ
ขอบฟ้าที่เรานั่งมองคราวนั้นยังมีความหมาย
ต้นไม้ลำธารยิ่งมองยิ่งคิดถึงเธอมากมาย
ชีวิตที่มันขาดเธอวันนี้ยังเดินต่อไป แค่ได้คิดถึงก็เป็นสุขใจ
หยิบเอาภาพที่เรากอดคอด้วยกัน
ได้แต่ยิ้มกับมันด้วยความชื่นใจ
และก็ยังเสียดายกับการสูญเสียเธออยู่เรื่อยมา
ได้ยินเสียงบทเพลงที่เธอชอบฟัง
และทุกครั้งก็ยังแอบมีน้ำตา
ยิ่งเวลารู้สึกไม่มี ไม่เหลือใครอยู่ตรงนี้
-----------------------------
เพลงนี้เป็นเพลงของนักร้องคนโปรด
เพลงที่เราชอบมาก
"นมเย็นหรือนมร้อนดีนะ"
"นมร้อนจะได้หลับสบาย - นมเย็นก็ชื่นใจดี
แต่ว่าน้ำแข็งอาจจะละลายได้ ถ้าเขายังไม่กลับหรือหลับไปแล้ว"
"เอาไปฝากไว้ที่ใต้หอเหมือนเดิม หรือจะเอาไปแขวนไว้หน้าห้องดีนะ"
"ถ้าขึ้นไปถึงหน้าห้อง แล้วเห็นรองเท้าสองคู่ล่ะ ปวดใจอีกสิ"
"สั่งนมร้อนเขียวดีกว่า อุ่นๆ หลับสบาย แล้วก็หอมน้ำเขียวด้วย
ส่วนเราก็กินนมเย็น ของโปรด"
--- ----- ------ ----
ขับรถกลับบ้าน น้ำตาไหลอีกแล้ว ครั้งที่สองของวันนี้
ไม่ได้แวะไปหาเขาอย่างที่ตั้งใจ
ช่วงนี้อาจะเป็นช่วงที่ทรมานสักหน่อย
แต่อย่างน้อยมันก็ดี ตรงที่เขาไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไรอย่างที่เราเป็น
ที่บอกลาก็ด้วยเหตุผลนี้ไง เพื่อให้เขาสบายใจที่สุด
Monday, April 10, 2006
ความรักที่ยิ่งใหญ่มาจากใจที่ซื่อตรง
“ความรักที่ยิ่งใหญ่มาจากใจที่ซื่อตรง
ความรักที่มั่นคงมาจากรักที่จริงใจ”
ข้อความจากใครส่งมาไม่รู้ มิได้เมมเบอร์โทรศัพท์ไว้
อาจจะส่งผิด เพราะโทรศัพท์เรามักมีคนโทรมาผิดประจำ
ชอบมากข้อความนี้
แต่ไม่อาจจะอธิบายไว้ตรงนี้ได้
อยากจะลืมๆ มันไป ให้เป็นแค่ Past Tense
ไม่ใช่ Past Perfect Tense
“ด้วยหัวใจที่ซื่อตรงและจริงใจ เราจึงมีรักที่ยิ่งใหญ่และมั่นคงให้กับใครคนหนึ่ง
คนที่เขามิได้คิดว่ามันเป็นรักยิ่งใหญ่
คนที่เรามิควรจะรักเขาด้วยเหตุผล
แต่เรายังรักเขาอย่างซื่อตรงและจริงใจ ด้วยความไม่มีเหตุผล”
ความรักที่มั่นคงมาจากรักที่จริงใจ”
ข้อความจากใครส่งมาไม่รู้ มิได้เมมเบอร์โทรศัพท์ไว้
อาจจะส่งผิด เพราะโทรศัพท์เรามักมีคนโทรมาผิดประจำ
ชอบมากข้อความนี้
แต่ไม่อาจจะอธิบายไว้ตรงนี้ได้
อยากจะลืมๆ มันไป ให้เป็นแค่ Past Tense
ไม่ใช่ Past Perfect Tense
“ด้วยหัวใจที่ซื่อตรงและจริงใจ เราจึงมีรักที่ยิ่งใหญ่และมั่นคงให้กับใครคนหนึ่ง
คนที่เขามิได้คิดว่ามันเป็นรักยิ่งใหญ่
คนที่เรามิควรจะรักเขาด้วยเหตุผล
แต่เรายังรักเขาอย่างซื่อตรงและจริงใจ ด้วยความไม่มีเหตุผล”
Subscribe to:
Posts (Atom)