Saturday, April 22, 2006

อาจมีพายแอปเปิ้ลแสนอร่อยอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้

ไม่ว่าตู้โชว์เค้กและพายของร้านใดที่ฉันเข้าไปก้มๆ เงยๆ เลือกสั่งขนม
จะมีไวท์ช็อคชีสเค้ก หน้าตาสวยนอนรอฉันอยู่ในตู้
ฉันกลับสั่งพายแอปเปิ้ลมาชิมจากร้านที่มีทุกครั้งไป
ทั้งที่ฉันคิดว่าไวท์ช็อคชีสเค้กน่าจะอร่อยกว่าพายแอปเปิ้ลเปลือกแข็งๆ
และฉันก็ชอบกินขนมทุกอย่างที่ทำจากไวท์ช็อคมากที่สุด

บางทีคนเราก็เลือกทำในสิ่งที่ไม่คิดว่าดีที่สุด
แต่กลับเลือกสิ่งอยากทำ ณ เวลาขณะนั้น
ด้วยการตัดสินใจเพียงแว๊บเดียว

เพราะความคาดหวังหรือเปล่าที่ฉันสั่งพายแอปเปิ้ลมาชิม
ฉันหวังให้มันมีรสชาติเหมือนแอปเปิ้ลสตูเดิ้ลที่ฉันเคยทำ
ตอนไปเรียนทำอาหารที่โรงแรมเมอริเดียน
แอปเปิ้ลสตูเดิ้ลคือ ชิ้นแอปเปิ้ลรสเปรี้ยวนิดๆ หั่นขนาดเท่าลูกเต๋า
นำไปคลุกกับมะพร้าวขูดฝอยชนิดแห้ง เนยละลาย และน้ำตาล

ห่อด้วยแป้ง Folio แผ่นบางๆ ที่วางซ้อนกันสองสามแผ่น ทาเนยละลายก่อนว่างไส้
แล้วม้วนห่อเหมือนปอเปี๊ยะ นำไปอบให้แป้งกรอบ
ออกมาหน้าตาเหมือนโรตีนม
ควรทานตอนยังอุ่นๆ จะให้รสชาติที่ดีกว่า
สตูเดิ้ลที่แสนอร่อยจะต้องรู้สึกได้จากจมูกและลิ้น
กลิ่นหอมของแป้งกับกลิ่นเนย ได้รสหวานมันปนเปรี้ยวจากไส้
ชิ้นแอปเปิ้ลที่ถูกอบจะกรอบนอก แต่ไม่เละใน
แผ่นแป้งกรอบเช่นกัน แต่ก็ไม่ร่วน
สตูเดิ้ลเป็นรสชาติที่ฉันไม่อาจลืม
หนึ่งในสูตรขนมที่ฉันระบุว่าต้องทำขายแน่นอนหากได้เปิดร้าน

สตูเดิ้ลไม่มีขายทั่วไปตามร้านขายเค้กหรือพาย
ฉันหวังว่าพายแอปเปิ้ลจะทดแทนแอปเปิ้ลสตูเดิ้ลได้
สั่งมาชิมครั้งแรก ก็รู้ว่ามันไม่เหมือนกัน ด้วยรสชาติที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง
ชิ้นแอปเปิ้ลในใส่พายมันเละหมดแล้ว แถมยังมีกลิ่นของอบเชยแสนฉุน
แต่ฉันก็ยังคงเฝ้าเพียรสั่งพายแอปเปิ้ลมากิน
ครั้งล่าสุดคือ ที่ร้าน Mo’C Mo’ L หน้ามอ
ฉันถามคนขายว่า “พายแอปเปิ้ลใส่อบเชยหรือเปล่าค่ะ”
คนขายหันไปซุบซิบกับคนขายอีกคน (แต่ฉันก็ได้ยิน) ว่า “อบเชยคือชินนามอนใช่ไหม”
แล้วเขาก็หันมายิ้มและบอกว่า “ไม่ใส่ค่ะ”
ฉันตัดสินใจสั่งพายแอปเปิ้ลอีกครั้ง คาดว่าไม่มีอบเชย ฉันคงจะชอบมัน
คำแรกที่ฉันตักมันเข้าปาก ลิ้นก็รับรสได้ว่ามันไม่อร่อย
ฉันจึงได้แต่เขี่ยไส้ออก ละเอียดกินแต่เปลือกพายกรอบๆ

ถึงกระนั้น ฉันก็ยังตั้งใจว่า ฉันจะเพียรสั่งพายแอปเปิ้ลมากินต่อไป
ด้วยหวังว่าจะมีพายแอปเปิ้ลแสนอร่อยอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้
อาจไม่เท่ากับสตูเดิ้ล แต่มันก็คงจะต้องอร่อยในแบบที่แตกต่างกัน
หรือบางที อาจจะเป็นที่ร้านของฉันเองก็ได้ (ฮึๆๆๆ)

ก็คงเหมือนกับการตามหาใครสักคน ที่เขาบอกว่า อาจจะยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสม
พายแอปเปิ้ลแสนอร่อยอาจจะรอให้ฉันไปชิมอยู่ที่ร้านเค้กร้านใดร้านหนึ่ง
เช่นเดียวกับใครคนนั้น ที่กำลังรอการพบกันของเราอยู่ที่ใดสักแห่งบนโลกนี้




3 comments:

Chisel and Loom said...

พายแอปเปิ้ล

..

..

แปลว่า สัปปะรด 555

.
.
.
คิดได้ไงเนี่ย อัจฉริยะ 555
จิงๆแล้วพายแอปเปิ้ลไม่ใส่อบเชยอาจแฝงตัวอยู่ในร้านข้าวซอย....
ลองหาดูดีๆนะ
คำเตือน....ไม่ชอบก็กินแต่เปลือก แต่อาจอ้วนได้ ....

ไอ้หนวดยีน said...

อิ๊ก
ช่วงที่บรรยายถึงวิธีการทำแอปเปิ้ลสตูเดิ้ลนี่ทำเอาน้ำลายไหลเลยอ่ะ มันเห็นภาพ
แม้จะไม่รู้รสชาติและไม่เคยกินมาก่อนก็เถอะ

บางทีเมื่อฉันกินอะไรครั้งแรกแล้วมันไม่อร่อย(ถูกใจ)
ฉันจะให้โอกาสมันอีกเพียงสองสามหน เพราะเข้าใจว่ามันอาจเป็นรสชาติของอาหารชนิดนั้นๆ และกลายเป็นสรุปว่าอาหารชนิดนั้นมันอาจไม่ถูกปากของฉันเท่านั้นเอง

แต่ก็ขอให้การตามหารสชาติอร่อย(รสชาติที่ชอบ)
ของพายแอปเปิ้ลอย่างที่มันเป็นสักวัน

AUY ^ ^ said...

อ่านะ พี่ยีน
พอเรานึกว่าเป็นฝีมือพี่อิ๊กทำ
น้ำลายไม่กล้าไหลเลย
อิอิอิ

ปล.โอ๋ๆๆๆ พี่อิ๊ก หายโกรธนา
โบอิ้งก็โกรธไปคนนึงแล้ว
พี่อิ๊กโกรธอีกคนก็คงแย่
ดีกันนะ นะๆๆ
เดี๋ยวจะช่วยเสาะแสวงหาพายแอ๊ปเปิ้ลร้านอร่อยเอง
^^