

ถึงคาราเมลที่รัก
คุณแม่ต้องขอโทษด้วยที่ทอดทิ้งคาราเมลไปนานแสนนาน
คุณแม่มีความจำเป็นต้องคืนหนูให้กับเจ้าของเดิม
เพราะคุณแม่ต้องย้ายบ้านใหม่ ซึ่งเจ้าของบ้านหลังใหม่
เขาไม่อนุญาตให้คุณแม่นำแมวไปเลี้ยงได้
ถ้าเขาชอบแมว คุณแม่ต้องเอาหนูไปด้วยแน่ๆ
คุณแม่ไม่ได้กลับไปเยี่ยมหนูเลย ทั้งที่คิดถึงทุกวัน
คุณแม่ใช้รูปของหนูเป็นภาพหน้าจอ desktop
เวลาที่คุณแม่มองเห็นรูปหนู คุณแม่ยังเผลออยากเอามือลูบหัวหนูเลย
คุณแม่ได้แต่เก็บความคิดถึงไว้ อยากจะไปเยี่ยมหาหนูหลายครั้ง
แต่ก็เกรงใจเจ้าของเดิมของหนู
จนเมื่อวานเป็นวันเกิดคุณแม่ คุณแม่จึงขอทำตามใจตัวเอง
ไปหาหนูที่ร้านซักอบรีด บ้านเดิมของหนู
คุณแม่ไปถามหาหนูกับเจ้าของบ้าน
โดยต้องเรียกชื่อหนูว่า “ลูกหมี” ตามที่เจ้าของเดิมตั้งให้
เขาบอกคุณแม่ว่า หนูไม่สบาย เพิ่งกลับมานอนซม หน้าบวม
เพราะมีคนหวังดีเอายาพาราเซตมอนให้หนูกิน
ซึ่งเป็นยาที่ใช้กับคน แต่ใช้กับสัตว์เลี้ยงไม่ได้
เจ้าของบ้านพาคุณแม่เข้าไปหลังร้าน
คุณแม่เห็นหนูนอนอยู่ในกรง หนูส่งเสียงร้องต่ำๆ
คุณแม่เข้าใจทันทีว่า หนูไม่พอใจที่ถูกขังแบบนี้
น้ำเสียงของหนู แสดงความไม่พอใจแกมขู่ว่าให้ปล่อยหนูออกไป
พอคุณแม่เข้าไปใกล้ๆ เราก็สบตากัน
คุณแม่เอามือลูบหัวหนูผ่านกรง
ที่หลังของหนูมีรอยแผล ขนหลุดร่วงเป็นกระจุก
เจ้าของหนูบอกว่า ไม่รู้ว่าหนูติดเชื้ออะไร จึงต้องแยกกรงขังไว้
หนูส่งเสียงร้องแหลมเล็กกว่าครั้งแรก
หนูกำลังอ้อนคุณแม่ เหมือนที่เคยเป็น
หนูเอาตัวถูไถที่มือคุณแม่ผ่านกรง
คุณแม่สงสารหนูจับใจ จึงขออนุญาตเจ้าของ
อุ้มหนูออกมานอกกรง เขาอนุญาต แต่มีข้อแม้ว่าห้ามปล่อยหนู
และให้คุณแม่ล้างมือ หลังจากอุ้มหนูเสร็จแล้ว
คุณแม่อุ้มหนูออกมาไว้ชิดอก เอาแก้มชิดกับหัวน้อยๆ ของหนู
คุณแม่ไม่รังเกียจที่หนูมีแผล อยากกอดหนูแน่นๆ จัง
หนูร้องเสียงอ้อนอีก หนูอยากออกไปวิ่งเล่นใช่ไหม
แต่คุณแม่ก็ต้องจับหนูกลับเข้ากรงเหมือนเดิม
เจ้าของหนูบอกว่า ต้องทำใจแข็งไว้
ถ้าขืนปล่อยหนูไปซน ก็ต้องป่วยหนักกลับมาอีก
และยิ่งมีแผลแบบนี้ คงไม่มีใครสงสาร เอาไปเลี้ยง หรือให้ข้าวกิน
หนูมองตาคุณแม่ และพยายามเอาตัวมาถูไถที่มือคุณแม่ผ่านกรงอีก
คุณแม่ต้องกลับแล้ว เพราะเกรงใจเจ้าของบ้าน
“ไปแล้วนะ” คุณแม่บอกหนู
“แหง่ว” หนูอ้าปากตะเบ็ง ทำตาโต
คุณแม่จำน้ำเสียงแบบนี้ได้ดี
หนูจะร้องแบบนี้ เวลาที่หนูไม่อยากให้คุณแม่ทำอะไรที่หนูไม่อยากให้ทำ
เช่นไม่ยอมให้หนูเข้าห้อง
และตอนที่ป้าสึ่งไล่หนูลงจากเตียง
คาราเมลเอ้ย หนูอาจจะไม่เข้าใจที่ถูกขังไว้แบบนั้น
ต่อให้คุณแม่บอกว่า รักหนู คิดถึงหนูแค่ไหน
แต่หนูก็คงไม่เข้าใจ หนูอาจจะรู้สึกได้ถึงความรัก ความเมตตา
แต่หนู ก็คงยังไม่เข้าใจอยู่ดี ว่าทำไมต้องขังหนูไว้
ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม คุณแม่กับเจ้าของหนู ก็ต้องทำแบบนี้
เพื่อหนูนะ คาราเมล นี่คือสิ่งที่มนุษย์คิด
แต่สำหรับแมวแล้ว หนูอาจจะไม่สนใจว่าตัวเองจะมีแผล
ตัวเองจะไปเจ็บป่วยมาอีก หนูคงอยากไปวิ่งเล่น
จับหนู จับนกมาฝากคุณแม่
หนูไม่เข้าใจคุณแม่ ก็ไม่เป็นไร
แต่คุณแม่ก็ยังรักหนูนะ และก็เชื่อว่าหนูก็ยังรักคุณแม่
8 comments:
ด้วยความรักของแม่ บางทีลูกก็ยากจะเข้าใจว่ะ
แม้ว่าจะมาจากความรักและหวังดีของแม่ก็เถอะนะ
หากเรายังยืนมองกันจากคนมุมของหุบเขา
อ่านเรื่องของอิ๊กที่เขียนถึงแมวทีไร
เศร้าๆ ทุกทีเลยสิน่า อย่างน้อยเวลาฉันป่วย
ก็อยากจะเห็นหน้าคนที่รู้จัก ที่รัก ที่คิดถึง
อย่าลืมแวะไปหาคาราเมลอีกล่ะ ^^
(ตอนแรกอ่านแล้ว ไม่รู้จะเขียนอะไรดี
แต่ก็เถอะเขียนมาซะหลายบรรทัดเชียว)
คนเหงาๆ
กับแมวเหงาๆ
แม้เราสอง(คนกับแมว)
คงไม่ได้เจอกันบ่อยเท่าที่ต้องการ
แต่คุณแม่อิ๊ก ก็คงคิดถึง เจ้าคาราเมลเท่าที่ใจอยาก
อย่างน้อยการนึกถึง การห่วงหา
ก็นำพามาซึ่ง ถ้อยคำดีๆที่มาถ่ายทอดไว้ตรงนี้
และทำให้ คนเหงาอีกหลายคนที่เข้ามา
อ่านแล้วอาจมีซึมๆ(น้ำตา)เศร้าๆไปบ้าง
แต่ต่อมความรัก และความกรุณาก็ได้ทำงานของมัน..
หายไวๆนะ คาราเมล...จะได้ออกมาไล่จับ นั่นนี่วิ่งเล่นตามใจ อีกครั้ง
อาเขียนเอาใจช่วย ..
เราเป็นคุณแม่ เขียนก็ต้องเป็นคุณลุงสิ
ไม่ยอมแก่กันเลยนะ
ใช่ไหมลุงยีน
ได้...
ว่าไงว่าตามกันครับ คุณน้า
ผมยอมเป็นเพื่อนคาราเมล
ลูกคุณน้าเองครับ
เรียกพี่ได้ไหม....
(มาร้องเพลงเฉยๆ)
อ่ะ
อ่านแล้วน้ำตาซึม
ไมได้รักคาราเมลล์เม่าไหร่
แต่ก็ไม่อยากให้มันป่วย
ครม. เป็นไงบ้าง
ข่าวว่าไปหามานิ ^^
คิดถึงๆพี่จึงต้องบึ่งมา
ปั่นจนน่องล้า...
(ช่วยด้วยเพลงละครเข้ามาในหู)
เศร้าจัง ,,
Post a Comment