เฝ้าแอบอ่านบล๊อกของเพื่อนๆ น้องๆ อยู่ตลอด แต่ไม่เคยได้อัพบล๊อกตัวเองสักที
ทั้งที่มีความคิดร้อยแปดอยากจะบอกเล่าให้รับทราบโดยทั่วกัน
ถึงสิ่งที่เป็นอยู่ ถึงสิ่งที่คิดและรู้สึก
เพื่ออะไรก็ไม่รู้ อาจจะเป็นการระบายสีลงบนภาพที่วาด
หรือเป็นการลบภาพที่คนอื่นวาดให้เป็นอีกแบบ
1 เดือนกว่าแล้วที่ได้คืนสู่เหย้าเราชาวสุโขทัย
พร้อมคนรักที่รักมากขึ้นทุกวัน
เจอะเจอเพื่อนๆ ทาง msn มีแต่คนถามว่าเมื่อไหร่จะแต่งงาน
ถามกันมาตลอด แต่ฉันยังตอบเหมือนเดิม
“ไม่รู้เหมือนกัน”
แม่ยื่นคำขาดให้คนรักหาสินสอดทองหมั้นมาให้ครบตามจำนวน
และระหว่างนี้ให้ดูใจกันไปเรื่อยๆ
“ดูใจกันไปเรื่อยๆ” คำนี้ดูไม่มีความหมายสำหรับฉันกับคนรัก
อาจเป็นเพราะในเวลานี้เรารู้สึกว่าเรารักกันจริงๆ
จึงรับได้กับทุกอย่างที่กำลังจะเรียนรู้ไปด้วยกัน
อาจจะยังมีเรื่องราวอีกมากที่เราต่างยังไม่รู้ เพราะเรายังคบกันได้ไม่ถึงปี
เท่าที่เขารู้ในตอนนี้ คือ ฉันเป็นคนขี้เกียจ ไม่ใช่แม่ศรีเรือนที่จะกวาดถูบ้านทุกวัน
ไม่ชอบตื่นเช้า ง่วงได้ทุกเวลา แต่เขาก็ปลุกฉันแต่เช้าทุกวัน ด้วยเหตุผลว่าให้ตื่นมาอยู่เป็นเพื่อนกัน
และเพื่อพ่อกับแม่จะได้ไม่ตำหนิฉัน และสิ่งที่เขาไม่ชอบที่สุด คือ ...
ฉันเจ้าอารมณ์กับเขาเพียงคนเดียว และมักจะดุเขาเป็นประจำด้วยเรื่องเล็กน้อยถึงเรื่องใหญ่
(คงเพราะฉันเห็นทุกเรื่องเป็นเรื่องใหญ่ไปหมดมั้ง)
ส่วนเขา ฉันรู้ว่าเขาขยันมากขึ้นกว่าที่เคยรู้ กว่าที่เคยฟัง เขาชอบล้างรถ ล้างรถสามคันต่อสัปดาห์
แต่หลายๆ ครั้ง เขาก็ขี้เกียจ เขาติดเนตเล็กน้อย เล่นเกมส์ปังย่าพอปานกลาง
เขามีเพื่อนเป็นพระเยอะแยะ แต่ฉันไม่ชอบสังคมพระ
แต่เขาก็มีกลุ่มเพื่อนที่โคตรจะรักกันจริงๆ อยู่ 1 กลุ่ม
และที่สำคัญ เขาตัดสินใจมาที่นี่ ยอมทิ้งหน้าที่การงานและยอมห่างไกลจากเพื่อนฝูง
เพียงเหตุผลเดียว คือ “โก๋คงทนไม่ได้ถ้าต้องอยู่ห่างจากอิ๊ก”
อยู่บ้าน ในสายตาพ่อกับแม่และญาติสนิทที่อยู่ห่างไกลกันออกไป
การแสดงความรักของเราขาดอิสรภาพ
ฉันอยู่ในห้องนอนกว้าง เขาอยู่ในห้องนอนแคบที่ใช้เป็นห้องทำงานด้วย
แม่บอกว่า อยู่นอกบ้าน ไม่ต้องนั่งใกล้กันมากก็ได้ ห้ามจับมือกัน ห้ามป้อนอาหารกัน
เดี๋ยวชาวบ้านจะนินทา แต่ถ้าอยู่ในบ้าน ในสายตาพ่อแม่ หยอกล้อกันได้ แม่ไม่ว่า แต่ถ้า
ในยามวิกาล หรือสถานที่ลับตาคน พยายามอย่าอยู่ด้วยกันสองต่อสอง
พ่อบอกว่า แกสองคนตัวติดกันเกินไป อยากให้เขาหัดทำอะไรด้วยตัวเองซะบ้าง
ไม่ใช่ว่าอะไรๆ ก็อิ๊กและก็อิ๊ก
แต่เราสองคนเป็นแฟนกัน ไม่ใช่เพื่อนสมัยมัธยมที่เคยเรียนด้วยกันแล้วกลับมาเจอกัน
อดทนกับวันเวลาเท่านั้น ที่เราสองคนต้องทำ
เราสองคนต้องเก็บเงินให้ได้ เพื่อที่จะได้แต่งงานและสร้างบ้านอีกหลัง
ในรั้วเดียวกับพ่อแม่ โดยหวังว่าเราจะได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
แม้หนทางข้างหน้า จะต้องมีอุปสรรคอย่างแน่นอน
ก็ในโลกนี้ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ ความรักของเราก็เหมือนกัน
ยิ่งนานวัน ยิ่งก้าวข้ามอุปสรรค เราก็ยิ่งรักกัน
Tuesday, August 21, 2007
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
3 comments:
อดทนเวลาที่ฝนพรำ อย่างน้อยก็ทำให้เราได้เห็นถึงความแตกต่าง
เมื่อวันเวลาที่ฝน จาง ฟ้าก็คงสว่างและทำให้เราได้เข้าใจ
ว่ามันคุ้มค่าแค่ไหนที่ฝ้ารอ
^^
เชื่อวันว่า รักแท้ชนะทุกอย่าง (ยกเว้นใกล้ชิด^^)
เอาใจช่วย ๆ
ขอให้เก็บตังค์ได้เยอะๆนะ จะได้สร้างบ้านน้อยหลังนี้สุขขีเสียจริงสักที
เอ่อ คือว่า ว่างๆ เอารถให้พี่โก๋ล้างอีกคันได้ไหม รถเราห้าเดือนล้างที อิอิ
พยายามเข้าว่ะอิ๊ก...
ขอให้เก็บเงินได้อย่างที่ต้องการ
และก็เรียนรู้กันได้มากขึ้น
เข้าใจและปรับตัวเข้าหากันได้ดี
การแต่งงานคงไม่ใช่
ประตูบานสุดท้ายของการพิสูจน์อะไร
หลังจากนั้น มีเรื่องราวอีกมาก
แต่หากความเชื่อมั่นและความรักยังมั่นคง
ทั้งสองคงช่วยกันผ่านพ้นได้
ไว้กลับบ้านจะแวะไปเมืองเก่า (^^
Post a Comment