Friday, January 25, 2008

เวียดนาม non stop ตอนที่ 1


ไปเที่ยวเวียดนามมา 2 คืน 2 วัน
ไปเมืองนอกครั้งแรกในชีวิตกับยอดยาหยี และพลพรรคของคุณอาพัต

ใช่ว่าร่ำรวยนะจ้ะ แต่ว่าค่าเงินบาทมันแข็ง แลกเป็นเงินดอลล่าร์ แล้วแปลเป็นเงินด็อง กลายเป็นมหาเศรษฐีในเวียดนามฉับพลัน พกเงินติดตัวเป็นล้านเลยนะจ้ะ อีกทั้งนกแอร์กับแอร์เอเชียมีแผนการตลาดแบบใจดี ขายตั๋วเครื่องบินราคาถูกให้ 3 บาท รวมค่าภาษีสนามบินอีก ก็เป็นเงิน 3 พันกว่าบาท แต่ยอดยาหยีบ่นไม่หยุด ได้ขึ้นเครื่องทั้งทีกลายเป็นนกตาบอด เพราะได้ไฟลท์ค่ำทั้งขาไปและขากลับ เห็นแต่แสงไฟริบๆ กับสีดำสนิทบนท้องฟ้า แถมขาไปก่อนเครื่องจะขึ้น เครื่องมีอาการประหลาดส่งเสียงคลางดังกระหื่มราวกับเสียงหวอรถดับเพลิง
คนขึ้นเครื่องครั้งแรกไม่นึกว่ามีอาการผิดปกติแต่อย่างใด ไอ่เราเคยขึ้นเครื่องบินแค่ข้ามจังหวัดก็พอหวั่นใจเล็กน้อย ทำไมเครื่องดังนักหว่า และแล้วสาวงามเสียงเพราะก็ประกาศมาตามสาย (ไมค์ wireless) ว่า “I’m sorry fjsmx.c,fjw[0ruiewo” แปลเป็นไทยว่า ขออภัยท่านผู้โดยสารทุกท่าน เครื่องต้องล่าช้าในการเดินทางอีกประมาณ 20 นาที ไม่ช้าไม่นาน ชายหนุ่มหลายนายใส่ชุดหมีสีน้ำเงินก็ขึ้นๆ ลงๆ เข้าไปในห้องนักบิน แล้วสาวงามเสียงเพราะก็ประกาศว่า พร้อมที่จะออกเดินทางแล้ว

ไฟลท์บินราคาถูกน่ะ กินอะไรบนเครื่องก็เสียกะตังค์นะจ้ะ เขาเรียกว่าชั้น อีโคโนมี้ นั่งได้อย่างเดียว อยากได้ไรต้องจ่ายตังค์แลก เรากับยอดยาหยีเลยนั่งปากแห้ง ไม่ยอมสั่งอะไรกินเลย พี่โก๋บอกว่าเราเป็นคนขี้เหนียว อยากกินอะไรก็ต้องมองหน้าเราก่อน (ก็เล่นอยากกินเบียร์นี่หว่า ใครจะยอม)

ระหว่างอยู่บนเครื่อง พนักงานสาวสวยก็แจกใบ immigration หรือใบตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งอาพัตย้ำหนักหนาว่าอย่ามัวแต่หลับ หรือนั่งเพลิน ต้องกรอกให้เรียบร้อย แต่เราก็หยิ่งไม่ยอมกรอก เนื่องจากว่า เครื่องโคลงเคลงไปมาราวกับนั่งเรือ เลยไม่อยากกรอกอะไรทั้งสิ้น กลัวเวียนหัว ตาโก๋ก็กรอกภาษาอังกฤษไม่ได้ซะอีก มองไปมองมา คนอื่นเขากรอกกันใหญ่เลยแหะ นึกไปนึกมา ถ้าลงจากเครื่อง คนที่กรอกแล้ว เขาก็เดินลิ่วๆ นำหน้าไปหมด เราจะตามเขาไม่ทัน ฉะนั้นเลยกลั้นใจกรอกจนเสร็จสองใบ แล้วก็เป็นดั่งนึก พอลงเครื่อง ทุกคนก็เดินจ้ำพรวดๆๆ เราก็ต้องเดินตามให้ทัน เดี๋ยวไม่รู้ว่าเขาต้องทำไรกันบ้าง คนต่างชาติทั้งสวยและไม่สวยไปยืนเข้าคิวให้เจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารใบ immigration กับพาสปอร์ตว่าไม่ได้หลบหนีเข้าเมือง เสร็จแล้ว เรากับพี่โก๋ก็เดินทะเล่อทะล่าออกไปมองหาสมาชิกที่มาด้วยกัน เห็นเขาเตรียมตัวแลกเงินด็องกันแล้ว นับจากนี้ พวกเราทั้งแปดก็คือมหาเศรษฐีของเวียดนาม พกเงินกันเป็นล้าน

ไกด์ของเราเป็นผู้หญิงตัวเล็ก ผมหยิกสั้น ดูทะมัดทะแมง ชื่อเวียดนามไรจำไม่ได้ แต่เขามีชื่อไทยด้วยนะ ชื่อ มะเฟือง กับ เฟื่องฟ้า


โปรดติดตามตอนต่อไป

2 comments:

AUY ^ ^ said...

รออ่านตอนต่อไปค้าบบบบ

Anonymous said...

อยากรับรู้ความรู้สึกของการเป็นเศรษฐีมั่งจัง...เดี๋ยวแว๊บไปอ่านตอน 2 ต่อก่อนนะจ๊ะ